 |
| ภาพจาก http://www.magazinechiangmai.com |
พระราชานุสาวรีย์ ที่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก
ใกล้ตลาดหนองดอก ต.ในเมือง อ.เมือง ห่างศาลากลางจังหวัดลำพูนไปทางทิศใต้ประมาณ ๑
ก.ม.นั้น มีพื้นที่ประมาณ ๔ ไร่เศษ
ประกอบด้วยพระรูปขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริง
(๒.๔๐ เมตร) หล่อด้วยสำริดรมดำ อยู่ในพระอิริยาบถย่างพระบาท
พระหัตถ์ขวาท่าทางเชื้อเชิญ ต้อนรับ พระหัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์จรดปลายลงบนแท่น
กล่าวได้ว่า เป็นพระรูปสมมุติของพระนางจามเทวี
ที่งามที่สุดในเมืองไทย จนกระทั่งปัจจุบันนี้ครับ
เหตุที่จะเกิดมีพระราชานุสาวรีย์แห่งนี้
ก็ด้วยว่าในพ.ศ.๒๕๑๙
ทางจังหวัดลำพูนมีความประสงค์จะสร้างพระราชานุสาวรีย์พระนางจามเทวีประดิษฐานไว้เป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูน
จึงได้ขอให้กรมศิลปากรออกแบบและปั้นหล่อพระรูป
กรมศิลปากรจึงได้มอบหมายให้ อ.สุภร
ศิระสงเคราะห์ นายช่างประติมากรเป็นผู้ออกแบบ โดยค้นคว้าข้อมูลจากตำนานต่างๆ
รูปแบบศิลปะสมัยลพบุรี และศิลปะทางภาคเหนือ
ส่วนงบประมาณการจัดสร้างได้มาจากกำลังศรัทธาของชาวลำพูน และจังหวัดใกล้เคียง รวม ๓,๓๐๙,๐๐๐ บาท
เมื่อการปั้นหล่อแล้วเสร็จในพ.ศ.๒๕๒๕ มีกระบวนแห่อัญเชิญพระรูปขึ้นประดิษฐานบนแท่นฐาน
ในวันอาทิตย์ที่ ๕ กันยายน พ.ศ.๒๕๒๕ โดยมีประชาชนชาวลำพูน
และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมพิธีนับหมื่นๆ คน
และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์
เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพระราชานุสาวรีย์เมื่อวันเสาร์ที่
๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๕ เวลา ๑๕.๐๐ น.
เล่ากันว่า ในเวลากระทำพิธีบวงสรวง
อัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระนางจามเทวีเข้าประทับ ณ พระรูปอนุสาวรีย์นั้น
เกิดเหตุมหัศจรรย์ขึ้นหลายประการ เป็นที่ตื่นเต้นประหลาดใจของผู้เข้าร่วมพิธีอย่างยิ่งครับ
ต่อมา ในพ.ศ.๒๕๔๒
ได้มีการสร้างฉากหลังพระราชานุสาวรีย์ เป็นซุ้มประตูก่ออิฐฉาบปูน
ลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมระหว่างแบบทวารวดีกับแบบขอม
ตกแต่งด้วยภาพนูนสูงเล่าเรื่องประวัติเมืองลำพูน โดยคณะช่างเครื่องปั้นดินเผาจาก บ้านพ่อเลี้ยงหมื่น จ.เชียงใหม่ ภายใต้การควบคุมของ
อ.สุทธิพงษ์ ใหม่วัน
ภาพนูนสูงเล่าเรื่องประวัติเมืองลำพูนที่ว่านี้
มีภาพการขึ้นครองราชย์ของพระนางจามเทวีอยู่ด้วย ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์ล้อแบบโบราณ
สวยงามมากครับ
ปัจจุบัน
มีการจำลองพระราชานุสาวรีย์พระนางจามเทวี และการออกแบบพระรูปในพระอิริยาบถใหม่ๆ
โดยช่างท้องถิ่น ทั้งในลำพูนและจังหวัดอื่น ในบทความนี้ จะขอกล่าวถึงเฉพาะในจังหวัดลำพูน เชียงใหม่ และลำปาง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการบูชาพระองค์ท่านอย่างเข้มข้นมาแต่เดิม ดังต่อไปนี้ครับ
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อ.เมือง
จ.ลำพูน
มีพระรูปพระนางจามเทวี
ซึ่งออกแบบขึ้นใหม่และจัดสร้างในช่วงที่มวลชนเสื้อแดงในลำพูน-เชียงใหม่
โหมกระแสพระนางจามเทวีเป็นพิเศษ
เป็นพระรูปสำริดรมสีมันปู ประทับนั่งบนแท่น
ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นข้างพระเพลา พระหัตถ์ซ้ายจับขอบพระแท่นที่ประทับ ศิราภรณ์และฉลองพระองค์เป็นแบบเดียวกับพระราชานุสาวรีย์
ฝีมือการปั้นหล่อจัดอยู่ในขั้นดี พระเทพรัตนนายก เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย
ร่วมกับ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เป็นผู้คิดสร้าง
 |
| ภาพโดย Tassy Char |
ถัดไป ภายใน วิหารพระเจ้าละโว้
มีพระรูปพระนางจามเทวีหล่อด้วยโลหะ สูง ๒.๕ เมตร
ในพระอิริยาบถกำลังเยื้องย่างบนแท่นกลม พระหัตถ์ขวายกขึ้นแสดงปางประทานอภัย
ส่วนพระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นระดับพระนาภี ถือดอกบัว ฝีมือการปั้นหล่อจัดว่าอยู่ในขั้นดี
พระรูปนี้เป็นหนึ่งใน ๒ องค์ที่ อ.ปิยะนาถ
ณ ลำพูน และ ชมรมกล้าธรรม ได้ทำการหล่อขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘ และได้นำมาถวาย ท่านเจ้าคุณพระราชปัญญาโมลี ในวันที่ ๖ เมษายน
ปีเดียวกัน ส่วนอีกองค์หนึ่งได้นำไปถวาย วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์
จ.นครสวรรค์ ซึ่งจะมีภาพชัดๆ ให้ดูในบทความถัดไป
ซึ่งผมกล่าวถึงพระรูปที่วัดนั้นครับ
พระรูปโลหะ
ในรูปแบบเดียวกับพระราชานุสาวรีย์ที่กาดหนองดอก
แต่ยกพระหัตถ์ขวาแสดงปางประทานอภัยองค์นี้ ก็ผู้ให้ข้อมูลว่า
อยู่ในภายในวัดพระธาตุหริภุญชัยเช่นเดียวกันครับ ฝีมือปั้นหล่อจัดอยู่ในขั้นดีทีเดียว ทั้งพระพักตร์ พระวรกาย ทำได้อย่างมีสัดส่วน เก็บรายละเอียดศิราภรณ์และเครื่องประดับได้อย่างสมบูรณ์
แต่ที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดนั้น
น่าจะเป็นพระรูปที่ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาปฏิบัติธรรม ด้านหลังวัด
พระรูปนี้หล่อด้วยโลหะ อยู่ในอิริยาบถประทับนั่งพับเพียบ
วางพระหัตถ์ทั้งสองบนพระเพลา
 |
| ภาพโดย KratAi de'HueunGedtawa |
พระรูปนี้ ดูเผินๆ
คล้ายพระรูปพระนางจามเทวีทรงศีล หรือพระรูปชีจามเทวี แต่ยังคงฉลองพระองค์แบบราชนารีอยู่
คือสวมรัดเกล้า ฉลองพระองค์เสื้อคอปิดแขนกระบอก คอเสื้อและขอบแขนปักลายทอง ห่มสไบขอบปักลายทอง
จีบหน้านางและชายผ้าทรงปักลายทอง
ฝีมือปั้นหล่อดีมากครับ พระพักตร์งาม
และพระวรกายได้สัดส่วน เป็นพระรูปพระนางจามเทวีที่ออกแบบขึ้นใหม่ได้ดีที่สุดองค์หนึ่ง
แม้ฉลองพระองค์จะไม่ตรงตามยุคสมัยก็ตาม

วัดจามเทวี อ.เมือง จ.ลำพูน
ภายในศาลาพิพิธภัณฑ์พระนางจามเทวี
มีพระรูปไม้แกะสลักแบบประทับยืน ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นแสดงปางประทานอภัย
พระหัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์จรดปลายลงบนพื้น
เป็นแบบอย่างอันเดียวกับพระบูชาพระนางจามเทวีขนาด ๙
นิ้วที่นิยมสร้างกันตามวัดต่างๆ ทั้งในลำพูนและเชียงใหม่
พระรูปไม้แกะสลักนี้ ฝัมือดีพอสมควรครับ
แม้จะถ่ายแบบศิราภรณ์และฉลองพระองค์จากพระราชานุสาวรีย์ที่กาดหนองดอกมาไม่ค่อยประณีตนัก
และการประดิษฐานไว้ในซุ้มไม้แกะสลักปิดทองก็ช่วยให้ดูงามขึ้น
แม้จะเป็นซุ้มที่ออกแบบเกินงามไปบ้างก็ตาม
น่าเสียดายที่มีการถวายฉลองพระองค์ด้วยผ้าจริง
ซึ่งทำให้ปิดบังความงามของพระรูปที่แกะสลักด้วยไม้ทั้งองค์
จนไม่อาจแลเห็นรายละเอียดและฝีมือช่างที่ชัดเจนได้
ในขณะที่ผมโพสต์บทความนี้
เบื้องขวาของซุ้มดังกล่าวมีตู้กระจก ภายในมีหุ่นไฟเบอร์กลาส
ของพระนางจามเทวี
ที่ฉลองพระองค์เป็นผ้าจริงแบบไทยภาคกลาง
ซึ่งผมได้แต่หวังว่า
เมื่อพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการพัฒนามากขึ้น จะมีการยกหุ่นดังกล่าวไปเก็บเสีย
มิให้รกตาอย่างที่เป็นอยู่ครับ เพราะไม่มีความงามหรือสิ่งใดที่ควรชมแม้แต่น้อย
เบื้องซ้ายของซุ้ม
เป็นที่ประดิษฐานพระรูปพระนางจามเทวีทรงศีล หรือพระรูปชีจามเทวี
หล่อด้วยโลหะปิดทองทั้งองค์ ฝีมือดีมาก ในอนาคตหากมีที่ประดิษฐานที่เหมาะสมกว่านี้
ก็จะดูน่าเลื่อมใสมากครับ

วัดศรีบุญเรือง ถ.อินทยงยศ อ.เมือง จ.ลำพูน
วัดนี้มีพระรูปพระนางจามเทวี ๒ องค์
องค์เดิมทำด้วยไม้แกะสลักทาสีทอง เดิมประดิษฐานอยู่ภายในกุฏิเจ้าอาวาส
ดังภาพที่ผมบันทึกภาพมานี้
ภายหลังจึงได้มีการย้ายมาประดิษฐานภายในพระวิหารของวัด
และมีการถวายฉลองพระองค์เพิ่ม และต่อมาได้ย้ายไปประดิษฐานไว้ในศาลาที่ทางวัดสร้างขึ้นใหม่
เป็นพระรูปไม้ที่แกะสลักโดยช่างที่ฝีมือพอใช้ได้ พระอธิการภัคศุก สุจิตฺโต
เจ้าอาวาส เป็นผู้คิดสร้าง
ส่วนพระรูปองค์ใหม่นั้น ก็ประดิษฐานในศาลาหลังใหม่เช่นกัน
เป็นพระรูปหล่อปูนระบายสี อยู่ในพระอิริยาบถประทับนั่งพับเพียบบนแท่น ทั้งศิราภรณ์
เครื่องทรง ฉลองพระองค์ ออกแบบขึ้นใหม่โดยอิงลักษณะที่เป็นของโบราณ
รวมทั้งพระพักตร์และพระวรกายก็ทำได้งามมาก จนน่าจะกล่าวได้ว่า เป็นพระรูปพระนางจามเทวีหล่อด้วยปูนที่งามที่สุดในยุคนี้
คุณพุฒิภัทร ใจอินผล เป็นผู้คิดสร้าง
วิหารวัดศรีบุญเรือง
มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพระราชประวัติพระนางจามเทวี
เช่นเดียวกับที่วัดมหาวัน แต่ฝีมือดีกว่ามากครับ
 |
| ภาพจาก Facebook : พุฒิภัทร ใจอินผล |
วัดประตูลี้ อ.เมือง จ.ลำพูน
มีพระรูปประติมากรรมของพระนางจามเทวีที่ออกแบบสร้างขึ้นใหม่
๔ องค์ หาดูที่อื่นไม่ได้ แต่น่าเสียดายที่ทั้ง ๔ องค์ ไม่จัดว่าดีทั้งการออกแบบ
และฝีมือช่าง
องค์แรก
หล่อด้วยปูนปั้นปิดทองเฉพาะเครื่องประดับ ลักษณะการวางพระหัตถ์และการประทับนั่ง
ดูคล้ายพระพุทธรูปทรงเครื่องปางสมาธิ
การปั้นสัดส่วนรูปทรงก็ปั้นแบบพระพุทธรูปนั่นละครับ
แต่รายละเอียดของศิราภรณ์และเครื่องประดับ รวมทั้งการเขียนพระพักตร์จัดว่าพอใช้ได้
นอกนั้นไม่มีอะไรควรชม
ถัดไปเป็นพระรูปปูนปั้นขนาดย่อม
ทำเหมือนพระพุทธรูปทรงเครื่องเช่นกัน แต่การปั้นหยาบกว่า เพียงแต่ออกแบบศิราภรณ์ได้สวยกว่าเท่านั้น
นอกนั้นก็ไม่มีอะไรควรชมเช่นกัน
 |
| ภาพจาก Facebook : พุฒิภัทร ใจอินผล |
อีกสององค์เป็นพระรูปยืน ทำด้วยไม้แกะสลัก
ลักษณะคล้ายกัน องค์หนึ่งยกพระหัตถ์ขวาขึ้นจีบก้านดอกบัว
อีกองค์ปล่อยพระหัตถ์ทั้งสองไว้ข้างพระโสณี ทั้งสององค์สวมศิราภรณ์แบบปาละ
ซึ่งคงเอาแบบมาจากพระนางสิกขีที่ปลอมขายกันอยู่ในตลาดพระกรุ
ส่วนฉลองพระองค์นั้นเป็นไปตามจินตนาการของช่าง ซึ่งไม่รู้จักการแต่งกายโบราณ
 |
| ภาพจาก Facebook : พุฒิภัทร ใจอินผล |
องค์ที่ยกพระหัตถ์ขวาจีบก้านดอกบัวนั้น
ทาสีและปิดทองตามเครื่องประดับ อีกองค์หนึ่งเคลือบเงาไว้อย่างเดียว
องค์หลังนี้แกะศิราภรณ์ได้สวยที่สุดในพระรูปทั้ง ๔ องค์ น่าเสียดายว่า
ไปเอาแบบมาจากศิลปะยุคหลังพระนางจามเทวีถึงสองสามร้อยปี
เพราะถูกมือผีที่ทำพระนางสิกขีปลอมหลอกกันหมด ทั้งเซียนพระสมัครเล่น
และช่างพื้นบ้าน
วัดพระคงฤาษี อ.เมือง จ.ลำพูน
มีพระรูปพระนางจามเทวีประดิษฐานอยู่ภายในศาลาโถงที่สร้างอย่างงดงาม
และพระรูปก็ประดิษฐานอยู่ในศาลาขนาดย่อม ภายในศาลาหลังใหญ่นั้นอีกทีหนึ่ง
ซึ่งสร้างอย่างสวยงามมากเช่นกัน
แต่น่าเสียดายที่พระรูปโลหะ
ซึ่งจำลองแบบมาจากพระราชานุสาวรีย์ที่กาดหนองดอกนั้น แม้จะเก็บรายละเอียดเครื่องประดับได้ดีมาก
แต่พระพักตร์และพระวรกายนั้นผิดส่วนไปหมด มิหนำซ้ำ ยังมีการถวายผ้าสไบและผ้าซิ่น
ซึ่งในภาพที่ได้มานี้ จะเห็นว่าไม่เข้ากันแต่อย่างใด
 |
| ภาพโดย Moonfleet จาก http://www.bloggang.com |
วัดรมณียาราม ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน
หรือ วัดกู่ละมัก ในตำนานพระนางจามเทวี
มีศาลสำหรับประดิษฐานพระรูปขนาดสูง ๑.๒๐ เมตร ในพระอิริยาบถประทับยืน
ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นประทานอภัยเสมอพระอุระ พระหัตถ์ซ้ายทรงดอกบัว ทำด้วยสำริด
ฝีมือการปั้นไม่สู้ประณีต เข้าใจว่า พระทองอินทร์ สังวโร อดีตเจ้าอาวาสเป็นผู้คิดสร้าง
พระรูปดังกล่าวนี้
ได้ถูกโจรกรรมไปจากวัดเมื่อพ.ศ.๒๕๕๔ แต่ก็ตามคืนมาได้
 |
| ภาพจาก Facebook : ชัยยงค์ เทพวงศ์ |
ภายหลังจึงมีการสร้างพระรูปในลักษณะเดียวกันขึ้นใหม่อีกองค์หนึ่ง
ทำด้วยโลหะปิดทองทั้งองค์ และประดิษฐานให้ผู้ศรัทธาได้กราบไหว้แทน เข้าใจว่า พระชาติชาย
โสภโณ รักษาการเจ้าอาวาสเป็นผู้คิดสร้าง
 |
| ภาพจาก Fanpage วัดป่าคะยอมใต้ |
วัดป่าคะยอมใต้ ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน
เป็นพระรูปพระนางจามเทวีในลักษณะที่แปลกไปจากที่อื่น
เพราะเป็นการออกแบบขึ้นใหม่
กล่าวคือ อยู่ในพระอิริยาบถเหมือนกำลังร่ายรำ
ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อย
พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระคล้ายจะแสดงปางประทานอภัย
แต่หันฝ่าพระหัตถ์ไปด้านข้าง จึงไม่อาจเรียกว่าปางประทานอภัยได้
ส่วนพระหัตถ์ซ้ายทรงพระขรรค์จรดปลายลงบนพื้น
ในตำแหน่งที่ใกล้พระบาทมากเสียจนถ้าเป็นพระขรรค์จริง
พระบาทข้างนั้นขยับเพียงนิดเดียวคงไม่แคล้วต้องคมพระขรรค์
พระรูปองค์นี้ ผมเคยเห็นหุ่นต้นแบบแล้ว
นับว่าสวยงามมากครับ แต่ตั้งใจออกแบบโดยคำนึงถึงจังหวะลีลามากเกินไป
จนเกิดข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว และเมื่อปั้นหล่อแล้วก็งามสู้องค์ต้นแบบไม่ได้
ปัจจุบันอยู่ในศาลาที่ทางวัดสร้างถวายเป็นพิเศษ พระครูสังฆรักษ์สุธีรวงศ์
วิสุทฺธิรํงสี เจ้าอาวาสเป็นผู้คิดสร้าง
วัดม่อนมะหินศิลาราม ต.นครเจดีย์ อ.ป่าซาง
จ.ลำพูน
พระรูปพระนางจามเทวีประดิษฐานบนแท่นเรียบๆ
อยู่ในบริเวณวัด ทำด้วยปูนปั้นทาสีดำ ปิดทองเฉพาะเครื่องประดับและชายผ้า
ฝีมือการปั้นไม่ประณีตและทำผิดสัดส่วน ทำให้ขาดความงามไปมาก
คงสร้างโดยช่างที่ไม่ชำนาญ พระอธิการวันชัย เจ้าอาวาสเป็นผู้คิดสร้าง
 |
| ภาพจาก http://www.horoguide.com |
วัดเกาะกลาง ต.บ้านเรือน อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
ในพื้นที่นอกเขตกำแพงวัดในปัจจุบัน
ซึ่งเป็นแหล่งโบราณสถานขนาดใหญ่อยู่ในที่ดินของเอกชน
เจ้าของที่ได้นำอิฐโบราณมาก่อเป็นฐานพระราชานุสาวรีย์
แล้วตั้งแท่นสำหรับประดิษฐานพระรูปพระนางจามเทวีขนาดเท่าพระองค์จริง
ทำด้วยโลหะผสมรมดำ อยู่ในพระอิริยาบถประทับยืนตรง
สองพระหัตถ์ยกขึ้นทำปางประทานพรและประทานอภัย ขนาบข้างด้วยพระโอรสซึ่งอยู่ในวัยเด็ก
พระรูปดังกล่าวนี้ เป็นฝีมือช่างพื้นบ้าน
ซึ่งผมคงต้องพูดตามตรงว่า หยาบมาก ไม่มีความงดงามแต่อย่างใด
แต่ก็แสดงให้เห็นเครื่องทรงซึ่งแปลกไปจากพระราชานุสาวรีย์ที่เป็นแบบมาตรฐาน
แต่ก็มักจะมีผู้ถวายผ้าทรงห่มคลุมตลอดองค์ จนไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดเครื่องทรงดังกล่าว
เจ้านวลระหง เป็นผู้คิดสร้าง
 |
| ภาพจาก Facebook : พุฒิภัทร ใจอินผล |
วัดนางเกิ้ง ต.ท่าตุ้ม อ.ป่าซาง จ.ลำพูน
มีพระรูปราชานุสาวรีย์
ซึ่งมีลักษณะแปลกกว่าที่อื่น กล่าวคืออยู่ในพระอิริยาบถประทับยืน
ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นป้องพระพักตร์ พระหัตถ์ซ้ายถือพระขรรค์จรดปลายลงบนพื้น
รายละเอียดพระรูปโดยทั่วไปถอดแบบจากพระราชานุสาวรีย์ที่หนองดอก
ต่างกันแต่ท่าทางเท่านั้น และฝีมือการปั้นหล่อก็อยู่ในขั้นดี
มองแล้วได้สัดส่วนสวยงามครับ
การสร้างพระรูปในพระอิริยาบถเช่นนี้
เนื่องจากมีตำนานว่า ครั้งหนึ่งพระนางจามเทวีเสด็จโดยชลมารคมาหยุดพักที่บ้านศรีชุม
ได้หันพระพักตร์ และยกพระหัตถ์ขึ้นป้อง ซึ่งคำเมืองเรียกว่า เกิ้งหน้า
ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ และมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างวัดขึ้น ณ ที่นั้น
ซึ่งก็คือวัดนางเกิ้งในเวลาต่อมานั่นเอง
ภายในกำแพงวัด
ยังมีศาลประดิษฐานพระรูปอีกองค์หนึ่ง พระอิริยาบถเดียวกัน แต่ทำด้วยปูนปั้น
ฝีมือช่างพื้นบ้าน ไม่ถึงกับน่าชม
แต่ก็เป็นที่นับถือกันมากสำหรับคนในท้องถิ่นนั้น
วัดพระธาตุห้าดวง อ.ลี้ จ.ลำพูน
มีการสร้างวิหารอย่างงดงาม
สำหรับประดิษฐานพระรูปพระนางจามเทวี
ในลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระราชอาสน์แบบกูบช้าง ประสานพระหัตถ์บนพระเพลา
ซึ่งน่าจะเป็นพระรูปพระนางจามเทวีประทับนั่งห้อยพระบาทที่สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคเหนือ
พระรูปดังกล่าวหล่อด้วยโลหะ ปิดทองตลอดทั้งองค์
ศิราภรณ์คล้ายพระราชานุสาวรีย์ที่หนองดอก แต่ฉลองพระองค์เป็นเสื้อแขนกระบอก
ห่มสไบเฉียงทอยกดอกรับกับผ้านุ่ง สวมรองพระบาทเชิงงอน ฝีมือการปั้นหล่อค่อนข้างดี
ความจริง
อำเภอลี้นับเป็นภูมิสถานของ พระนางจามรี กษัตริยาแห่งภาคเหนืออีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งครองราชย์อยู่ในยุคหลังพระนางจามเทวี
คติการนับถือพระนางจามรีของคนที่นี่หนักแน่นมั่นคงมาช้านาน
และวัดพระธาตุห้าดวงก็เป็นส่วนหนึ่งของตำนานพระนางจามรีด้วยนะครับ
การสร้างวิหารพระนางจามเทวีในวัดแห่งนี้
จึงนับว่าเป็นเรื่องแปลก แต่ก็มีผู้แวะเวียนไปสักการะเป็นอันมาก
 |
| ภาพจาก Fanpage : วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ |
วัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน
อีกวัดหนึ่งในเวียงลี้คู่ตำนานของพระนางจามรี
ที่มีการสร้างพระรูปของพระนางจามเทวี
แต่เหตุที่สร้าง
ก็อาจเป็นเพราะวัดนี้มีความผูกพันกับสาย วัดท่าซุง ของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
ที่มีตำนานเจ้าชายรามราช-พระนางจามเทวีเล่าขานกันอยู่นั่นเองครับ
อย่างไรก็ตาม พระรูปดังกล่าว
ซึ่งทำด้วยโลหะรมดำ ได้ถอดแบบจากพระราชานุสาวรีย์ที่กาดหนองดอกมาอย่างดีเยี่ยม
ทั้งรายละเอียด พระพักตร์ ฉลองพระองค์ และสัดส่วนพระรูป
จนเกือบจะเรียกได้ว่า
ทั้งจังหวัดลำพูนนอกเหนือจากที่กาดหนองดอกแล้ว เห็นจะมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้นละครับ
ที่ถ่ายแบบออกมาได้เหมือนที่สุด และดีที่สุด
แม้ขนาดของพระรูปจะเล็ก
แต่เมื่อประดิษฐานบนแท่นฐานเตี้ยๆ ที่อยู่บนยกพื้นอีกทีหนึ่งก็เหมาะสม และงดงามได้
 |
| ภาพจาก Facebook : ธนภัทร ธนภัทร |
วัดทิพย์อัปสรอมรอินทร์ อ.เวียงหนองล่อง
จ.ลำพูน
พระรูปพระนางจามเทวีของวัดนี้
ประดิษฐานภายในศาลาไม้ ซึ่งเรียกกันว่าพระตำหนัก
โดยมีซุ้มเบื้องหลังพระราชอาสน์ซึ่งออกแบบเป็นรูปนกยูงปิดทองอย่างสวยงาม
เหนือสิ่งอื่นใด คือเป็น พระรูปหล่อไฟเบอร์กลาส
ฉลองพระองค์ด้วยผ้าจริง ในลักษณะที่ผู้สร้างตั้งใจจำลองแบบจากพระองค์จริง
(ตามนิมิต) องค์แรกของเมืองไทย ด้วยครับ
โดยเป็นพระรูปเลียนแบบบุคคลจริงซึ่งสร้างได้อย่างงดงาม
บนพระเศียรสวมศิราภรณ์แบบกระบังหน้าและรัดเกล้า ซึ่งดูคล้ายแบบไทยโบราณ แต่สร้อยพระศอและทับทรวงนั้นเป็นแบบไทยยุคหลังมากแล้ว
และพระรูปนี้ก็ยังคงฉลองพระองค์เสื้อแขนกระบอก
ห่มสไบทองแบบรัตนโกสินทร์
ขณะที่ผ้านุ่งเป็นผ้าไหมยกดอกลำพูนซึ่งก็ไม่ตรงตามยุคสมัยของพระนางจามเทวีเมื่อ ๑,๓๐๐ ปีมาแล้วแต่อย่างใด
พระรูปดังกล่าวนี้ คณะศรัทธาประชาชนชาวอำเภอเวียงหนองล่อง
จังหวัดลำพูน
จังหวัดใกล้เคียงและกรุงเทพมหานครร่วมกันทำบุญอัญเชิญรูปขึ้นประดิษฐาน โดยมี พล.ร.อ.อมรเทพ
ณ บางช้าง อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งเป็นผู้สร้าง เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระนางจามเทวี
เมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๐
เหตุที่มีการสร้างพระตำหนัก
สำหรับประดิษฐานพระรูปที่วัดนี้
เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยของพระนางจามเทวี
ต่อมาได้ชำรุดทรุดโทรมและร้างไป
จนกระทั่งได้มีการบูรณะฟื้นฟูขึ้นอีกครั้งในปัจจุบัน
 |
| ภาพจาก สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ |
ศาลเจ้าแม่จามเทวี หลังศาลากลางจังหวัดลำพูน
ศาลดังกล่าวนี้เดิมเป็นเรือนไม้ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บริเวณที่ปัจจุบันเป็นตึกพัฒนาชุมชน
ภายในศาลมีเพียงเครื่องบูชา ไม่มีพระรูปใดๆ ประดิษฐานอยู่
ต่อมาจึงมีการสร้างพระรูปพระนางจามเทวี
ด้วยปูนปั้นลอยองค์ระบายสี เป็นรูปราชนารีสูงอายุไว้พระเกศามวย
ประทับนั่งพับเพียบบนแท่น ฉลองพระองค์แบบรัตนโกสินทร์ ฝีมือช่างพื้นบ้าน
พระรูปดังกล่าวนี้ เพิ่งจะเกิดขึ้นก่อนการสร้างพระราชานุสาวรีย์ไม่นานนัก
ส่วนตัวศาลนั้น ในพ.ศ.๒๕๔๕
จึงมีการย้ายมาก่อสร้างขึ้นใหม่ ด้านหลังอาคารศาลากลางจังหวัด
เป็นศาลาโถงก่ออิฐถือปูนทรงไทย ดังที่เห็นในปัจจุบัน
ภายในศาลเจ้าแม่จามเทวี ยังมีพระพุทธรูปต่างๆ
และเครื่องศาสตราวุธจำลองที่มีผู้นำมาถวายเจ้าแม่ ที่น่าสนใจคือ ประติมากรรมช้างผู้ก่ำงาเขียว
ซึ่งเคยอยู่ในศาลบริเวณพระราชานุสาวรีย์ที่หนองดอก ได้ย้ายมาอยู่หน้าศาลดังกล่าวนี้ด้วยครับ
 |
ภาพจาก Fanpage : เรียงร้อยเครื่องสักการะ
โดย กองทุนหลวงปู่ปานฯ |
อนุสาวรีย์สามครูบา ต.วังดิน อ.ลี้ จ.ลำพูน
มีพระราชานุสาวรีย์ ซึ่งมีฉากหลังเรียบง่าย
แต่โดดเด่น ช่วยทำให้พระรูปดูสง่างามน่าเลื่อมใส
องค์พระรูปหล่อด้วยโลหะรมดำ
ลักษณะเป็นการพยายามถ่ายแบบมาจากพระราชานุสาวรีย์ที่ลำพูน ซึ่งแม้ว่าสัดส่วนจะไม่ถูกต้อง
แต่ก็เก็บรายละเอียดลวดลายต่างๆ ได้ดี และพยายามทำพระพักตร์ได้ดีพอสมควรครับ
พระรูปดังกล่าวประดิษฐานบนแท่นที่ดูเป็นสมัยใหม่
หน้าแท่นมีป้ายจารึกคาถาบูชาซึ่งก็ทำได้อย่างสวยงามและเข้ากันได้ดีกับพระรูป
 |
| ภาพจาก Facebook : สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย |
สถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ต.ต้นธง อ.เมือง
จ.ลำพูน
ภายในมุขหน้าอาคารของสถาบัน
มีพระรูปพระนางจามเทวีในขนาดเท่าครึ่งพระองค์จริง ที่สร้างเป็นแบบประทับนั่ง
เช่นเดียวกับที่วัดพระธาตุหริภุญชัย และวัดพระธาตุห้าดวงที่ อ.ลี้
พระรูปองค์นี้ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๙
ลักษณะเป็นพระรูปหล่อด้วยโลหะรมดำ ประทับนั่งบนแท่น วางพระหัตถ์ขวาทาบบนพระเพลา
พระหัตถ์ซ้ายหงายบนพระเพลา ศิราภรณ์ เครื่องทรง
และฉลองพระองค์เป็นแบบเดียวกันกับพระราชานุสาวรีย์ที่หนองดอก
ฝีมือการปั้นหล่อจัดอยู่ขั้นพอใช้ได้ครับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เป็นผู้คิดสร้าง
*ขอขอบคุณ คุณนิธิศ ธนาธิปธนสาร
เจ้าหน้าที่ของสถาบันผ้าทอมือหริภุญชัย ผู้ให้ข้อมูล
วัดพระธาตุดอยคำ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
มีพระรูปพระนางจามเทวีประดิษฐานบนแท่น
บริเวณลานหลังวัด
พระรูปดังกล่าวทำด้วยโลหะปิดทองทั้งองค์
มีขนาดเล็ก สูงเพียงประมาณ ๑ เมตรเศษๆ แต่ฝีมือการปั้นหล่อทำอย่างประณีตงดงาม
ทั้งพระพักตร์และพระองค์ได้สัดส่วนถูกต้องน่าชมมาก
เป็นการถ่ายแบบมาจากพระราชานุสาวรีย์ที่กาดหนองดอก
แต่เปลี่ยนแปลงในรายละเอียดเล็กน้อย
พระรูปนี้ได้กระทำพิธีเททองเมื่อวันที่ ๔
มกราคม พ.ศ.๒๕๓๘ ปั้นหล่อเสร็จอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน
และทำพิธีมังคลาภิเษกเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน
ในบริเวณไม่ห่างไปนัก ยังมีศาลพระนางจามเทวี
ภายในประดิษฐานพระรูปปูนปั้นระบายสี ในลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาทบนพระแท่น
ฉลองพระองค์ด้วยผ้าจริง สองข้างมีรูปพระพี่เลี้ยงฉลองพระองค์อย่างหญิงล้านนาโบราณ
ฝีมือปั้นเป็นของชาวบ้านไม่สู้ประณีต
ส่วนพระรูปที่ลานหลังวัดนั้น
อาจกล่าวได้ว่าในบรรดาพระรูปพระนางจามเทวีที่อยู่นอกลำพูนทั้งหมด
ไม่มีที่ใดสวยเท่าที่นี่ครับ พระครูปลัดพิณ กิตติวัณโณ
เจ้าอาวาสเป็นผู้คิดสร้าง
 |
| ภาพจาก Fanpage : วัดโขงขาว |
วัดโขงขาว ต.โขงขาว อ.หางดง จ.เชียงใหม่
มีพระรูปทำด้วยปูนปั้นปิดทองตลอดองค์ ประดิษฐานอยู่ในซุ้มหน้าพระอุโบสถ เคียงข้างรูปปูนปั้นของหมอชีวกโกมารภัจน์ โดยมีพระแม่กวนอิมโพธิสัตว์อยู่อีกข้างหนึ่ง
พระรูปองค์นี้ เอาแบบจากพระราชานุสาวรีย์ที่ลำพูน แต่ฝีมือการปั้นยังไม่ถึงขั้นดี จึงกลายเป็นพระรูปประทับยืนตรง ดูแข็งทื่อ แต่ก็เก็บลวดลายเครื่องประดับและฉลองพระองค์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถจะมองเห็นหรอกครับ เนื่องจากมีการถวายผ้าห่มทับพระรูปกันอยู่เสมอ
ผมได้ข้อมูลมาว่า เดิมเคยมีพระราชานุสาวรีย์ของพระนางจามเทวีที่นี่ เป็นเพราะวัดนี้มีตำนานกล่าวว่าสร้างโดยพระนางจามเทวีเมื่อครั้งเสด็จมาสร้างพระธาตุดอยคำ
ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลง รื้อพระราชานุสาวรีย์ลงแล้วอัญเชิญพระรูปมาประดิษฐาน ณ ที่ปัจจุบันนี้แทน หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ ถ้าใช่ พระรูปนี้ก็เป็นพระรูปองค์เดียวกับพระราชานุสาวรีย์เดิมที่ ดร.ศุภชัย ไพจิตร เป็นผู้คิดสร้าง
วัดอุโบสถ ต.น้ำแพร่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
ภายในวัดมีพระรูปประทับยืน
ยกพระหัตถ์ขวาแสดงปางประทานอภัย พระหัตถ์ซ้ายปล่อยไว้ข้างพระโสณี ไม่ถือสิ่งใด
ผมดูจากภาพที่ได้มาแล้ว
น่าจะหล่อด้วยไฟเบอร์กลาสนะครับ ซึ่งฝีมือที่ทำนั้น
เมื่อดูจากพระพักตร์และการเก็บรายละเอียดของศิราภรณ์แล้วก็ใช้ได้เลย
ถ้าพระรูปไม่ถูกถวายฉลองพระองค์
(ซึ่งดูไม่รู้ว่าตั้งใจจะให้เป็นชุดของชนชาติใด) อย่างที่เป็นอยู่
ก็คงจะได้เห็นฝีมือช่างและความงามแบบเต็มๆ มากกว่าที่เป็นอยู่
แต่คนไทยที่เข้าวัดเข้าวานั้น โดยมากหมกมุ่นกับการถวายฉลองพระองค์รูปเคารพ
และไม่มีรสนิยมทางศิลปะ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
 |
| ภาพโดย อรชร เอกภาพสากล |
วัดละโว้ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
มีพระรูปพระนางจามเทวีกับสองพระพี่เลี้ยง ประดิษฐานในศาลา ทำด้วยปูนปั้นระบายสี ฝีมือช่างพื้นบ้าน ฝีมือค่อนข้างดี กล่าวคือเขียนพระพักตร์พระนางจามเทวีได้สวยกว่าที่อื่น และการตกแต่งภายในศาลก็พอเหมาะพอดี ไม่รุงรังเกินไป
 |
| ภาพโดย KtatAi de'HueanGedtawa |
วัดพระธาตุดอยน้อย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่
มีพระราชานุสาวรีย์ ทำด้วยโลหะรมดำ
ฝีมือการปั้นหล่อค่อนข้างหยาบ ดูแข็งทื่อ
เค้าพระพักตร์และพระบรมรูปตลอดองค์จะเรียกว่างามไม่ได้
แต่ใน สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีจามเทวี
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัดนี้ กลับประดิษฐานพระรูประนางจามเทวีที่น่าชมยิ่งกว่าครับ
กล่าวคือ
เป็นพระรูปโลหะรมดำทรงเครื่องกษัตริยา ซึ่งออกแบบขึ้นใหม่ไม่เหมือนที่อื่น
ลักษณะคล้ายเครื่องทรงราชนารีอยุธยา ประทับนั่งบนคุกเข่าบนแท่นแบบนางฟ้า
คือนั่งบนหลังพระบาท พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นจีบนิ้ว
คล้ายปางธรรมจักรมุทราของพระโพธิสัตว์จีน
เป็นพระรูปที่แปลก
และฝีมือปั้นหล่อจัดว่าพอใช้ เสียดายที่ทำพระพักตร์ค่อนข้างดุ
และมีการห่มผ้าถวายโดยตลอด จึงไม่เห็นรายละเอียด
 |
| ภาพโดย MTCMU27 จาก pantip.com |
ที่ศาลาหลังวัด
ยังมีพระรูปพระนางจามเทวีและพระพี่เลี้ยง ทำด้วยปูนปั้นระบายสี ฝีมือช่างพื้นบ้าน
เช่นเดียวกับวัดพระธาตุดอยคำ แต่ปั้นได้สวยงามน่าชมกว่ามากครับ
การประดิษฐานพระราชานุสาวรีย์ที่วัดนี้
เนื่องจากได้มีการค้นพบศิลาจารึกการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดในรัชสมัยพระเจ้าเมกุฏสุทธิวงศ์
อ้างถึงพระนางจามเทวีว่าทรงเป็นผู้สร้างวัดแห่งนี้ไว้
นับว่าเป็นหลักฐานเกี่ยวแก่พระนางจามเทวีที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในทางโบราณคดี
 |
| ภาพโดย MeasureMind จาก pantip.com |
วัดพระธาตุสุนันทา ต.แม่หอพระ อ.แม่แตง
จ.เชียงใหม่
มีพระรูปปูนปั้นระบายสี อยู่ในพระอิริยาบถประทับยืน
ยกพระหัตถ์ขวาในท่าเชื้อเชิญ คล้ายพระราชานุสาวรีย์ที่ลำพูน
พระหัตถ์ซ้ายปล่อยไว้ข้างพระโสณีไม่ถือสิ่งใด
ทั้งศิราภรณ์และฉลองพระองค์ออกแบบขึ้นใหม่ต่างหากและสวมทับลงบนพระรูป
ซึ่งดูงดงามคล้ายราชนารีอยุธยา
พระรูปองค์นี้ขนาบข้างด้วยพระรูป พระนางสามผิว
ซึ่งเป็นราชนารีที่นับถือกันในแถบ อ.ฝาง และ แม่นางสุนันทา ซึ่งเป็นวีรสตรีของท้องถิ่นนี้
ทั้งหมดทำเข้าชุดกัน
 |
| ภาพจาก Fanpage วัดนางเหลียว อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ |
วัดนางเหลียว ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย
จ.เชียงใหม่
พระรูปพระนางจามเทวีของวัดนี้ เป็นพระรูปที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นศิราภรณ์ เครื่องประดับ ฉลองพระองค์ ล้วนแต่ทำได้อย่างสวยงาม
วิจิตรตระการตาทั้งสิ้น อยู่ในอิริยาบถประทับยืน ทรงถือสังข์ในพระหัตถ์ขวา
และพระขรรค์ในพระหัตถ์ซ้าย หล่อด้วยโลหะสำริดทั้งองค์
ประดิษฐานอยู่ในมุมที่จัดไว้เป็นพิเศษ
งานปั้นหล่อพระรูปองค์นี้
ทำได้อย่างยอดเยี่ยมครับ รายละเอียดเครื่องถนิมพิมพาภรณ์และฉลองพระองค์
สวยงามคมชัดทุกแห่ง พระพักตร์ก็งดงาม
เพียงแต่สัดส่วนพระวรกายยังไม่ถูกต้องเท่านั้น
แต่ก็ยังคงถือได้ว่าเป็นพระรูปที่งามแปลกตาไม่เหมือนที่ใดอย่างแท้จริง
วัดพระเจ้าโท้ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่
พระราชานุสาวรีย์ที่วัดนี้
มีการออกแบบตกแต่งอาณาบริเวณไว้อย่างสวยงามน่าชมมาก
องค์พระรูปก็ประดิษฐานบนแท่นที่สูงพอเหมาะ
และอยู่ภายใต้ฉัตรทองซึ่งก็ออกแบบได้ดีเช่นกัน
ในส่วนของพระรูปนั้นก็ปั้นหล่อได้ดีพอสมควรครับ
เป็นพระรูปโลหะปิดทองทั้งองค์ อยู่ในอิริยาบถยกพระหัตถ์ขวาขึ้นแสดงปางประทานอภัย
พระหัตถ์ซ้ายปล่อยข้างพระโสณีถือดอกบัว น่าเสียดายที่ผมได้ภาพมาแค่นี้ครับ
แล้วก็เช่นเดียวกับพระรูปอื่นๆ คือ มีการถวายผ้าทรงจนมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรทั้งสิ้น
 |
| ภาพโดย Kratai de'HueanGedtawa |
วัดถ้ำขุมทรัพย์จามเทวี จ.ลำปาง
วัดแห่งนี้
ได้มีการสร้างพระรูปพระนางจามเทวีถึง ๓ รูปแบบด้วยกัน
และปัจจุบันก็นำมาประดิษฐานในที่เดียวกัน
องค์แรก คือองค์ที่อยู่ตรงกลาง
ซึ่งเห็นได้ชัดว่า เป็นการเอาแบบมาจากพระพุทธรูปในศิลปะลังกามาดัดแปลงไม่มากนัก
แค่เติมพระเกศาด้านหลังเท่านั้นเองครับ
จึงแม้ว่าจะเป็นการพยายามสร้างรูปเคารพพระนางจามเทวีในแบบใหม่
แต่ก็ไม่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นพระนางจามเทวี
ทางวัดจึงต้องสร้างพระรูปอีก ๒
องค์ในเวลาต่อมา กล่าวคือองค์ที่ประดิษฐานไว้ด้านหลังสุด
และมีขนาดใหญ่ที่สุดนั้นหล่อด้วยโลหะรมดำ ถอดแบบจากพระราชานุสาวรีย์ที่ลำพูน
แต่ฝีมือการปั้นหล่อไม่ดี จึงผิดสัดส่วน
ส่วนองค์ที่ประดิษฐานไว้หน้าสุด
คือพระรูปพระนางจามเทวีทรงศีล หรือพระรูปชีจามเทวี หล่อด้วยปูน ผมเข้าใจว่าเป็นพิมพ์ที่คุณ พุฒิภัทร ใจอินผล สร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อให้มีผู้มีจิตศรัทธานำไปสร้างถวายวัดต่างๆ
เป็นการกุศล พระรูปองค์นี้งามที่สุดในวัดนี้ครับ
 |
| ภาพจาก Fanpage : วัดป่าพระนางเจ้าจามเทวี |
วัดป่าพระนางเจ้าจามเทวี อ.ห้างฉัตร
จ.ลำปาง
มีพระรูปหล่อด้วยโลหะ ซึ่งเพิ่งจะจัดสร้างเมื่อวันที่
๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ ที่ผ่านมา แต่ก็น่าเสียดายครับ
กล่าวคือ
แม้จะถอดแบบพระรูปมาจากพระราชานุสาวรีย์ที่สวนสาธารณะหนองดอก จ.ลำพูน
และปั้นหล่อโดยเก็บรายละเอียดทั้งศิราภรณ์ เครื่องประดับ
ตลอดจนฉลองพระองค์ได้ดีมาก
แต่ช่างผู้ถอดแบบพระรูปองค์นี้ ทำพระพักตร์และสัดส่วนพระวรกายได้ไม่งาม
เห็นได้ชัดว่าไม่ชำนาญในการปั้นรูปผู้หญิง
การตั้งพระรูปดังกล่าว
บนแท่นฐานที่ออกแบบอย่างพิลึกพิลั่น คือตอนบนบานออก และส่วนฐานเรียวเล็ก
เหมือนฐานโคมไฟประดับกำแพงบ้าน ก็ยิ่งทำให้พระรูปนี้ลดความน่าเลื่อมใสลง
ถ้าทางวัดจะคิดเปลี่ยนแท่นฐานใหม่ก็จะดีมากครับ
 |
| ภาพโดย Charlie Liu |
บ่อน้ำเลี้ยง หรือบ่อน้ำพระนางจามเทวี
ต.ลำปางหลวง อ.เกาะคา จ.ลำปาง
สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในตำนานลัมภะกัปปะนคร
ปัจจุบันอยู่ในหมู่บ้านจามเทวี ด้านหลังวัดพระธาตุลำปางหลวง
มีพระรูปพระนางจามเทวีบนแท่น ใกล้กับป้ายชื่อด้านหน้า
ทำด้วยปูนปั้นทาสีทอง ลักษณะเป็นการถ่ายแบบพระราชานุสาวรีย์ที่ลำพูน
แต่ฝีมือปั้นหล่อเป็นอย่างหยาบ ผิดสัดส่วนมากโดยเฉพาะท่อนล่าง
ในขณะที่แท่นฐานออกแบบอย่างสวยงาม
และพระรูปอยู่ใต้ฉัตรโลหะแบบล้านนา ที่สวยงามมากเช่นกัน
 |
| ภาพจาก https://www.web-pra.com |
โรงเรียนอ้อมอารีพิทยา อ.เกาะคา จ.ลำปาง
มีพระราชานุสาวรีย์พระนางจามเทวีตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเรียน ซึ่งนับว่าเป็นพระรูปพระนางจามเทวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือมีขนาด ๓ เท่าครึ่งของคนจริง หล่อด้วยโลหะรมดำ ประทับยืนบนแท่นกลม
ลักษณะแบบเดียวกับพระบูชาพระนางจามเทวีปางสละราชสมบัติ
คือทรงศิราภรณ์และฉลองพระองค์อย่างพระราชานุสาวรีย์ที่หนองดอก
แต่พระหัตถ์ขวายกขึ้นจีบนิ้วแบบปางแสดงธรรม หรือวิตรรกมุทรา
พระหัตถ์ซ้ายข้างพระโสณีถือก้านดอกบัว พระอิริยาบถเยื้องย่างเล็กน้อย
พระรูปองค์นี้
หันพระพักตร์ตรงไปยังพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งมีตำนานเกี่ยวข้องกับพระนางจามเทวีด้วย มูลนิธิเอื้ออารี โดยการก่อตั้งของคุณ ภัคจิรา ไกรณรงค์ เป็นผู้คิดสร้าง
สำหรับพระรูป และพระราชานุสาวรีย์ที่ปรัะดิษฐานไว้ในจังหวัดอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ผมได้ตัดแยกไปโพสต์ไว้ในบทความื่อเดียวกันนี้ ตอนที่ ๒ แล้วนะครับ เพื่อให้สะดวกต่อการอ่าน และการที่จะ update ข้อมูลใหม่ๆ ที่จะทยอยเพิ่มเติมเข้ามาในอนาคต อีกทั้งจะทำให้บทความไม่ยาวเกินไปด้วย
ภาพประกอบพระรูปราชานุสาวรีย์
และพระรูปประติมากรรมต่างๆ ในบทความนี้ ผมได้รับมาจากเพื่อนๆ ใน facebook
และรวบรวมมาจากอินเตอร์เน็ต ขอขอบคุณเจ้าของภาพทุกท่านไว้ ณ
โอกาสนี้ รวมทั้งขอขอบคุณผู้ให้ข้อมูล จากสถานที่ต่างๆ ที่มีการประดิษฐานพระรูปในบทความนี้ทั้งหมดด้วยครับ โดยเฉพาะคุณ Khowoat Joe ที่ช่วยค้นหามาได้หลายแห่งมาก
ส่วนเนื้อหาทั้งหมด เป็นลิขสิทธิ์ของผม
ใครที่จะนำไปเผยแพร่ต่อ กรุณาใส่ link บทความนี้ด้วยนะครับ